กลับมาจากทัวร์ปารีสแล้วแหล่ะ ไปเที่ยวมาสามวัน >[]< เราอยากไปปารีสมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่คิดว่าวันที่ได้ไปจะมาถึงเร็วแบบนี้~ นับว่าโชคดีมากที่ได้มาอยู่อิตาลี จะเที่ยวจะไปไหนๆ ก็สะดวกไปหมด (ยกเว้นมันกลับอังกฤษไม่ได้นี่แหล่ะที่เศร้า)

รอบนี้ไปกับเพื่อนที่รู้จักกันที่อิตาลี 4 คน ไทย, อินเดีย, อาร์เจนติน่าร์ และ แอลซาวาดอร์ เยอะแยะและวุ่นวายมากๆ ตั้งแต่ก่อนไป ระหว่างไป และกลับ ฮ่าๆๆๆ เราไม่ถนัดกับการเที่ยวเป็นกลุ่มเลยจริงๆ T^T กว่าจะทำใจได้ก็ล่อเข้าไปค่อนวัน ก่อนหน้านั้นเครียดประสาทแดกมากๆๆ อิฉันไม่คุ้นกับการไปไหนเป็นฝูงๆ

ก่อนไปก็ดูตั๋วกันอยู่เรื่อยๆ จนราคามันขึ้นถึงยอมซื้อ ฮ่าๆๆ จริงๆมันมีปัญหาเรื่องโอนเงินน่ะเลยยังไม่ได้ซื้อซะที พอหมดปัญหาราคาตั๋วก็ขึ้นพรวดๆซะแล้ว T[]T ไปกลับเลยประมาณ 100 ยูโร (ไป 5 กลับ 90 ยูโร) อย่าตกใจกับราคาตั๋ว เพราะว่าอีตอนไปน่ะไปกับ Ryanair ที่ชอบไปบินจากแหล่งกันดารนอกตัวเมืองไปอีกสามฝากฝั่งชายแดนแต่ราคาถูกสุดตรีนนนนน ขอบอกว่าคิดไปคิดมารวมค่ารถไฟรถบัสที่จะไปถึงสนามบินได้ก็พอๆ กับสายการบินอื่นๆนั่นแหล่ะ เพราะงั้นใครจะมาเที่ยวแล้วจองตั๋วถูกๆ ระวังเสียเงินเพิ่มและหลงทางนะฮ้า ถ้าชินพื้นที่แล้วก็จองไปเหอะ ถูกมากกกก

เนื่องจากว่าไปกันหลายคน ต่างความคิดต่างความต้องการ เวลาแพลนเรื่องเที่ยวลำบากมากกกก กี๊ด ประสาทจะกิน T[]T แบบเสียเวลาไปเกือบอาทิตย์เพื่อวางแผนเที่ยวนี่ล่ะค้า ซึ่งมันไม่ใช่สไตล์เรามากๆ อย่างดีสุดเราก็มาแพลนเอาสองวันก่อนไปว่าอยากไปไหนหลักๆมั่ง ที่เหลือก็ให้โชคพาไปแล้วกัน~ (รู้มากมันจะไม่หลงทาง สำหรับเราถึงว่าเสียโอกาสอยู่นะ!!!)

สรุปเราเลยเอาแผนการเดินทางไปกลับปารีสและรถต่างๆมาดูแล ให้คนอื่นคิดไปว่าอยากไปไหน เราแค่ต้องการไปพิพิธภัณฑ์ลูฟ หอไอเฟล พระราชวังแวร์ซายด์ โบสถ์นอสทราดาม โอเปร่า แค่นี้ก็พอใจแล้ว >[]<

พอวันเดินทางก็แบกเป้คนละใบขึ้นรถไฟที่ทรีเอสไปที่เวนิช จากนั้นต่อรถบัสไปสนามบินชายแดนเวนิช Traviso (จริงๆมันคืออีกเมืองนึงเลย) เสียเวลารวมๆไปถึงปารีสก็แปดชม.ได้ T____T บินจริงแค่ชม.กว่าๆเอง ฮื้อออ พอไปถึงฝนตกหนักมากกกกก แหมต้อนรับได้ถึงใจมากกกกก เราเลยตบแท๊กซี่สองคันพาไปที่โรงแรม

โรงแรมโอเคอยู่มีสามเตียง เรากับพี่คนไทยและหนุ่มอาร์เจนติน่าร์นอนห้องเดียวกัน คาดว่าเค้าคงกลัวอีสาวไทยมากๆ เพราะว่าอาเจ๊โดนเราหลอกให้เปิดประตูห้องน้ำตอนเค้าอาบน้ำอยู่ กร๊ากกก เจ๊เชื่อเราด้วย~ โอ๊ย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่แกล้งคนอื่นสำเร็จฮ่า~ รู้สึกเข้าใจใบตองขึ้นมานิดนึง กรั่กๆๆๆ เรื่องของเรื่องคือเรากับเจ๊ตบตีกันอยู่เอาหมอนฟาดๆกัน แล้วเค้าอาบน้ำอยู่เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เรากับพี่เข้าใจผิดไปว่าเค้าออกจากห้องน้ำไม่ได้เลยถามว่า ให้ช่วยเปิดประตูมั๊ย...มันตอบว่า yes yes เจ๊เลยหันมามองเรา เราก็เลยแกล้งบอกว่าช่วยเปิดประตูให้เค้าสิ เปิดเลยๆๆๆ เจ๊ก็บ้าจี้พยายามเปิดประตูอย่างสุดความสามารถ จนเค้าตะโกนออกมาว่าพวกยูจะทำอะไรน่ะ?????? กร๊ากกกกกกกกกกกก ฮาห้องแตกเลยคราวนี้~ พอออกมาเค้าบอกว่าเค้ากลัวผู้หญิงไทยแล้ว อย่าทำอะไรเค้านะ กรั่กๆๆๆๆ โอยยยยยย เราขำมากกกกกก

(ไม่ต้องด่าว่าเราหื่นนะ นี่แค่อุบัติเหตุ...แต่มันจะขำมากขึ้นถ้าเค้าไม่ได้ล็อคประตู ฮ่าๆๆ)

วันรุ่งขึ้นเราก็วางแผนว่าจะไปแวร์ซายด์กัน และเนื่องจากเราไปกับเพื่อนที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา (สามสิบอัพและเป็นด๊อกเตอร์หมด) ดังนั้นกว่าจะได้ข้อสรุปอะไรแต่ละอย่างนานโครตเลย T___T การขึ้นรถไฟใต้ดิน (เมโทร) ครั้งแรกที่ปารีสทำเราปี๊ดแตกมากกกก พอถึงสถานีเราก็รีบเดินไปข้างล่างเลยหาทางมั่วๆ ถามเจ้าหน้าที่เสร็จเรียบร้อยได้เวลารถไฟทุกอย่าง แต่พอหันมาอ้าว หายไปไหนกัน? (อีกห้านาทีรถไฟจะมาแล้วนะค้าที่รักกกก) เรารอนานมากจนตกรถไฟขบวนนั้นไปแล้วเลยเดินย้อนกลับไปใหม่ เพื่อนๆยังวิเคราะห์สถานการณ์กันไม่เสร็จ กร๊ากกก กรูเซ้งงงงงง เราต้องอธิบายว่าไปยังไงๆ เปลี่ยนตรงไหนแล้วลากกกกกทุกคนลงมาก่อนที่จะตกอีกขบวน T____T ซึ่งแน่นอนว่ากว่าจะได้ข้อตกลงเราก็พลาดขบวนนั้นไปอีก (มันมีทุกๆยี่สิบนาที) กว่าจะไปถึงแวร์ซายก็ล่อเข้าไปเกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว

เลยเข้าใจว่าไปกับหลายๆคนนี่จะเอาอย่างใจเราแบบไปคนเดียวไม่ได้จริงๆด้วย ไม่ใช่ว่าเราเข้าใจแล้วจะไปได้ทันทีต้องทำให้ทุกคนเข้าใจด้วย กร๊ากกกกก เหนื่อยและเครียดมากกกก จนถามตัวเองเลยว่ามีครั้งไหนที่ประสาทแดกได้ขนาดนี้รึเปล่า? และเราก็เด็กด้วยไงพูดไรเค้าไม่ค่อยเชื่อด้วย ฮื้ออออ กว่าจะทำใจชิวได้นี่นานมากกกกกเลยนะ เที่ยวคนละสไตล์มันไปกันยากจริงจัง T[]T คุณด๊อกเตอร์ทั้งหลายคะ นี่ไปเที่ยวไม่ได้ไปทำการทดลองค่ะ อย่าวางแผนมากกกกก กรูเครียดดดดด~ มั่วๆเอาเดี๋ยวก็ถึงค่า~

สุดท้ายคำว่า "ปล่อยวางและช่างมัน" นั่นแหล่ะเป็นทางออกที่ดีที่ซู๊ดดดดด

สำหรับรถไฟใต้ดินของปารีสเราว่ามันเข้าใจง่ายมากเลยนะ ตอนแรกเห็นเส้นมันพันกันยั๊วะเยี้ยกว่าในลอนดอนเราแอบหวาดผวาว่าจะพาเพื่อนไปหลงรึเปล่า? เอาเข้าจริงๆทุกอย่างเป็นระบบกว่าอังกฤษมาก (เราสารภาพเลยว่าหลงทางในรถไฟใต้ดินที่ลอนดอนทุกรอบอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้~) แอบประทับใจแม้ว่ารถไฟจะเก่าแก่ไปหน่อยก็เหอะ

พอไปถึงสถานีของแวร์ซายด์ก็มีป้ายบอกทางไปวังแวร์ซายด์เลยไม่ต้องกลัวหลง อีกทางที่ดีมากๆคือตามมนุษย์ดาวโลกไป สุดท้ายก็ไปถึงเวร์ซายด์เหมือนกัน

ด้านหน้า >[]< เราชอบมุมนี้มากที่สุด ต้องเล็งนานมากกว่าจะให้มนุษย์เดินผ่านหน้ากล้องไปให้หมดได้ ด้านหน้านี่เต็มไปด้วยผู้คน เยอะมากกกกกกกก มองทั้งวังแล้วเราว่ายังไงๆ พระราชวังจักรีของไทยก็งามกว่าตะลึงกว่าหลายเท่า~ อันนี้รูปตัวอาคารมันไม่ค่อยเข้ากันเลยอ่ะ (กล้องเราเก็บหน้าวังมาไม่หมด ถ่ายได้เป็นส่วนๆ)

อันนี้ด้านขวา มองเป็นส่วนๆแล้วสวยดีนะ 

ข้างในวังสวยมากกกกก ไฮโซววววว มีทั้งรูปปั้นทหารเรียงรายแอ๊กท่าเท่ห์ๆ (บางคนออกไปทางตลก) มีรูปภาพที่ฝาผนังซ้านขวาและบนหัว ยิ่งทำให้เรารู้สึกถึงความหรูหราแบบฝรั่งเศสจนตะลึงๆ

แต่ละห้องก็จะมีโคมใหญ่ๆ ประดับมีรูปภาพคนสำคัญๆ ที่เราไม่รู้ว่าเค้าเป็นครายยย ได้เห็นห้องมารีอังตัวเน็ตกับพระเจ้าหลุยส์แล้ว สวยและไฮโซ ยกเว้นเตียงที่มันสั้นมากจนตกใจ T[]T เราไม่รู้ว่าทำไมเตียงกษัตริย์ยุโรปต้องสูงและสั้นด้วย? จริงๆฝรั่งขายาวเตียงควรยาวสิ???

ห้องที่เราชอบที่สุดดดด >___< มีโคมระย้าเต็มห้องเลย ข้างๆก็มีรูปวาดสวยๆ เดินดูไปเรื่อยๆ มีความสุขมากกกกกกกกกกก มองเห้นวิวที่สวนด้วย ชอบบบบ

แปะภาพที่มีคนมั่ง ห้องนี้เป็นห้องรวมรูปวาดสมัยสงครามของฝรั่งเศส ที่เราคิดว่าไม่เข้ากันคือเอารูปถ่ายสมัยใหม่มาวางไว้ด้วยกันนี่แหล่ะ

พอเดินข้างในจนสาแก่ใจเราก็ออกมาเดินเล่นในสวน โดยส่วนตัวเราชอบสวนมากกว่าวังนะ มีดอกไม้เยอะมากๆๆๆ มีการแต่งสวนสวยมากๆๆๆ >____<

สวนด้านล่างที่ไม่มีปัญญาเดินลงไป T^T กลัวปีนขึ้นมาไม่หวาย~

นี่ด้านหลังวัง ตัวตึกดูธรรมดาๆ ไม่ได้อลังการงานสร้างแบบวังของไทยหรือดูเหมือนคุกเหมือนวังของอังกฤษ (แฮ่~ เรามักคิดว่าวังหรือปราสาทของอังกฤษเหมือนที่คุมขังนักโทษมากกว่าวังทุกที)

พอเดินในแวร์ซายด์หมดเราก็รีบไปเจอเพื่อนที่หน้าวังเพราะนัดกันเอาไว้ว่าถ้าหลงกันให้มาเจอกันตรงประตูตอนบ่ายสอง แต่เค้าก็เลทกันนนนนแน่นอนว่าเราเดือดปุดๆ อยู่ในใจ ฮื้ออออ กว่าจะกลับเข้าเมืองกว่าจะตกลงว่าจะไปไหนต่อได้ก็อีกนานแล้วที่ต่างๆก็จะปิดตอนหกโมงเย็นด้วย เพราะงี้อ่ะเราเลยไม่ชอบไปกันเยอะๆมากๆ มันคุมอะไรไม่ค่อยได้ ดูอะไรที่อยากดูไม่ค่อยได้ต้องรอกันไปรอกันมาตลอด T^T แล้วพอใครจะไปไหนไม่มีการบอกหายวับไปอย่างนั้น เรานี่หลงกับเพื่อนหลายรอบมากๆ เสียเวลาหากันไปอีกชม.นึง ไม่เข้าใจว่าต่างชาติเที่ยวกันยังไงแต่กรณีนี้ไม่ค่อยเกิดตอนเราไปเที่ยวกับคนไทยนะ

สุดท้ายในเมื่อทุกคนตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปไหนเราเลยมัดมือชกว่าไปโบสถ์นอสทราดามกันเหอะเหลือเวลาอีกแค่สองชม.เอง แถบๆนั้นมีโบสถ์อยู่หลายที่น่าจะเก็บได้ก่อนโบสถ์ปิด แต่พอไปถึงพบว่าเกิดอะไรซักอย่างขึ้นในนอสทราดามมีรถดับเพลิง มีเจ้าหน้าที่ปีนๆป่ายๆตรงหอคอยเยอะมากและเค้าไม่ให้ใครเข้าไป เราเลยต้องเปลี่ยนแผนไปที่โบสถ์อื่นแทน

ด้านหน้าโบสถ์นอสทราดาม ตัวโบสถ์เล็กกว่าที่คิดนิดนึง แต่ว่าก็สวยมากๆๆๆ มองขึ้นไปเห้นหอคอยแล้วอยากปีนไปถ่ายรูปกับสัตว์ประหลาดที่เฝ้าโบสถ์ เค้าเรียกอะไรนะ? การ์กอย?? (เราแอบเรียกกองกอยไปแล้ว) แต่ว่าก็ต้องโบกมือลาเงียบๆ เจอกันพรุ่งนี้นะฮ้า วันนี้อดดดด

โบสถ์ St.Chapelle ที่ตั้งอยู่ในกระทรวงยุติธรรม กว่าจะเข้าโบสถ์ได้ต้องเอ็กซเรย์กระเป๋าตรวจโลหะกันยกใหญ่ทีเดียว

ข้างในชั้นล่าง ตอนแรกเข้าไปคนเพียบบบบบบบ T^T อ้อ ลืมบอกไปว่าถ้าไปปารีสสิ่งที่ครซื้อมากๆคือ paris museum pass เราจะได้เป็นมนุษย์อภิสิทธิ์ชนทันที ไม่ต้องต่อแถวยาวๆ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม อยากเข้าอะไรเข้าไป แต่ต้องวางแผนไปดีๆว่าวันไหนจะไปไหนจะได้ใช้คุ้มๆ ฮ่า ส่วน paris pass ไม่จำเป็นไม่ต้องซื้อก็ได้ซื้อตั๋วแบบสิบใบที่เรียกว่า carnet จะคุ้มกว่า เราไปสามวันใช้ไปแค่ชุดเดียว 11 ยูโรเอง (เพื่อนเราใช้ไปแค่แปดใบ แต่เรามีรอบดึกเลยใช้ชุดนึงพอดีๆ)

ชั้นบนเป็นกระจกสีๆ แล้วข้างในมืดมากๆๆๆ เพราะงั้นกระจกแทบจะเปล่งแสงได้เลย สวยมากกกก โบสถ์เล็กมากคนเยอะมาก แต่ว่าก้สวยมากเหมือนกัน

พอหลังหกโมงเย็นพวกพิพิธภัณฑ์พวกโบสถ์ต่างๆ ก็จะปิด สิ่งที่เหลือให้ทำคือล่องเรือเลียบแม่น้ำเซนกับไปขึ้นหอไอเฟล เราก็เลือกล่องเรือก่อนซึ่งไม่ผิดหวังเลย มันให้ความรู้สึกที่ดีมากกกกก ถ้ามาปารีสแล้วควรมาล่องเรือด้วยนะมันให้ความรู้สึกที่โครตโรแมนติกเลยนะ ขนาดมากันเยอะๆเรายังสัมผัสความน่ารักของเมืองได้เต็มที่เลย พอลมแม่น้ำปะทะหน้ามันทำให้สดชื่นมากๆ วิวสองฝั่งแม้น้ำมาก็สวยมากๆๆๆๆๆๆๆ ผ่านสถานที่สำคัญๆ เยอะพอสมควร เรียกได้ว่าไม่ต้องเหนื่อยแต่ว่าเห็นจนคุ้มแทบดูไม่ทันเลยทีเดียว (แอบอยากเขกหัวตัวเองว่าไม่ได้ล่องแม่น้ำเทมส์ของอังกฤษ)

วิวด้านหน้า (ด้านหลัง?) ของโบสถ์นอสทราดาม เราชอบด้านนี้มากที่สุดดดด น่าวาดรูป

ผ่านหอไอเฟลด้วย โอย เราชอบมากๆๆๆๆๆ ก่อนไปไม่ได้คลั่งหอไอเฟลขนาดนี้นะ ตอนนี้ชอบมากโครตตตต เป็นสิ่งก่อสร้างที่น่ารักมากๆๆๆ เราว่าถ้าปารีสไม่มีหอไอเฟลปารีสก็อาจจะไม่ได้ดึงดูดคนได้มากเท่านี้ก็ได้ ขำที่คนบรรยายบอกว่าหอไอเฟลเป็นมาสคอสของปารีส ฮ่าๆๆ จริงด้วย

พอล่องเรือเสร็จเราก็ไปที่หอไอเฟลกันทันที ยืนต่อแถวนานมากกกกกกกกก แถมตอนแรกเกือบชวดไม่ได้ขึ้นชั้นสูงสุดแล้ว แต่พอต่อๆแถวไปเค้าก้ประกาศว่าขึ้นได้แล้ว แหมดีใจมากกกก นึกว่าจะเหมือนตอนไปขึ้นเขาจุงเฟราแล้วขึ้นไม่ได้เพราะว่ามันคือภูเขาหญิงสาว (ขอบใจนะแย้ที่อุตส่าห์บอกกรู๊วววว ปีนี้จะไปพิสูจน์ความสาวอีก ต้องขึ้นได้สิฟระ!!) ยังไงชั้นก็ขึ้นไปเหยียบชั้นบนสุดของไอเฟลมาแล้วววว รอดพ้นอาถรรพณ์ฮ่า

ข้างบนมีกล้องส่องทางไกลด้วย เวลามองลงมาปารีสเหมือนเมืองตุ๊กตาเลย น่ารักมากๆ

ข้างบนสุดทั้งสูงทั้งหนาวทำเอาขาสั่นมากๆๆๆ ไม่สามารถตอบตัวเองได้ว่าเป็นเพราะหนาว? สูง? เสียว? เหนื่อย? ขาเลยสั่นแทบจะเดินไม่ไหว ฮื้ออออ ไม่กล้ามองลงไปเท่าไหร่หรอกนะ กลัวววววว

ที่ชอบที่สุดคือมีธงชาติแต่ละประเทศบอกว่าจากประเทศนั้นถึงหอไอเฟลห่างกันเท่าไหร่ด้วย อ่า~ จากไทยมาเก้าพันกว่ากิโลเมตร T^T คิดถึงไทยจังงงงง

ตอนขาลงเสียวมากกกกกกกกกกกกกกกกกก มันเหมือนวูบลงมาสู่พื้นโลกเลย T[]T ขนาดมีพักที่ชั้นสองก่อนแต่เราก็ยังหวั่นไหวววววววว กี๊ดดดด กลัวว๊อยยยยยย แถมฝนก็ตกหนักขึ้นๆๆ พอลงจากไอเฟลแล้วต้องรีบขึ้นรถไฟกลับโรงแรมและจบทริปวันแรกแค่นี้เลย ฝนไม่น่าตกเลยฮื้อออออ

วันที่สองกับสามจะมาต่อเร็วๆนี้ ดูรูปที่เหลือได้ที่ มัลติพลายจ้า

ปล.1 เราชอบลูฟมากที่สุดดดด เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดที่เราเคยไปเลย ฮ่ากกก อยากมีเวลาเต็มๆซักวันนึงเดินในนั้นจัง

ปล.2 กี๊ดในมัลติไปแล้วขอกี๊ดที่นี่ต่อ ฉันเจอผู้ชายจูบกันหน้าลูฟยามค่ำคืนแสนโรแมนติกล่ะทุ๊กคนนนนน กี๊ดดดดดดดดด ของจริงมันนนนนนนน....มากๆๆๆๆๆ ฮ่ากกกกกก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ย ช่างอิจฉาอาม่่าาาาาาาา เมืองเค้าสวยหลายๆ
อยากไปจังงงงงงงง

#1 By ★ GenZo ★ on 2009-07-23 04:38

ชอบรูปดอกไม้ที่มีฉากหลังเป็นพระราชวังจัง
อาร์ทมากcry

#2 By kororo on 2009-07-23 06:31

เนื่องจากว่าไปกันหลายคน ต่างความคิดต่างความต้องการ เวลาแพลนเรื่องเที่ยวลำบากมากกกก กี๊ด ประสาทจะกิน T[]T

^
นี่แหละ สาเหตุต้องวางแผนเที่ยว ฮ่าๆๆๆๆ ตอนเราไปอังกฤษกะพ่อแม่นี่แบบว่า... ขนาดพ่อแม่นะ (หรือเพราะว่าเป็นพ่อแม่วะ??) จะไปโน่นเอานี่ แต่ละอย่าง แม่ง อยู่คนละิทิศศศศศศ


ไม่ใช่ว่าเราเข้าใจแล้วจะไปได้ทันทีต้องทำให้ทุกคนเข้าใจด้วย กร๊ากกกกก เหนื่อยและเครียดมากกกก
กร๊ากกกกกกกกกกกก นี่ด้วยๆๆๆ ขอแชร์ 5555 ตอนขึ้นรถไฟใต้ดินในอังกฤษก็แบบ พ่อแม่จะถามโน่นนี่ ไปสายไหน สายนี้ป่าว ไปทางไหน บลาๆๆๆ ไอ้เราก็อธิบายเร็วๆ นะ พยายามสั้นๆ ขี้เกียจพูดยาวด้วย กร๊ากกก แน่นอนว่า พ่อแม่มิสามารถทำค%E

#3 By KeeChan on 2009-07-23 08:19

ว๊ากกก ยังสร้างไม่เสร็จอีกเรอะ ไอ้น้ำพุไฮโซตรงกลางแวร์ซายน์น่ะ
พี่ไปผ่านมา 2 ปีแล้วนะ โหหหหหหหหหห
ท่าจะอลังการน่าดู
ม่าได้ไปถูๆ ลูบทองออกมามั่งป่าว ก๊าๆๆๆๆๆ

ปารีส สวยมากค่ะ
สังคมคนก็ดูผู้ดีแบบมีมารยาทงาม
บ้านเมืองสวยงาม
แต่ ... พอ ค่ำปุ๊บ คนหายเกลี้ยงงงงงงง
ไม่คึกคักเหมือนอังกฤษน้อ
แต่ก็ดีแล้ว สงบดี

เหอะหอไอเฟลแล้วอยากไปกับม่า
รับรองม่าได้หัวใจวายแน่ๆ
เค้าแอบไปสร้างวีรกรรมไว้ด้วยล่ะ ฮา
ที่สูงๆนี่ พี่ช๊อบบบบบชอบ

คิดถึงม่านะคะ
ช่วงหลังยุ่งๆไม่ได้เขียนโปสการ์ดหาเลย
เดี๋ยวตอนนี้เริ่มโอเคล่ะ
รอรับนะจ๊ะ ..... surprised smile

#4 By :: Dark iCe :: on 2009-07-23 15:39

มันคือความฝันสักวันหนึ่งของหนูเลยนะคะอาม่า
ยิ่งเรียนประวัติยุโรปแล้วอาจารย์เอาภาพมาให้ดูยิ่งกรีดร้อง
อยากไปดูของจริงคะT{}T
ปล.คิดถึงม่านะคะ

#5 By momochan on 2009-07-23 22:33

อิจฉาาาา
อิจฉาตอนท้ายสุดที่แหละ อ๊ากกก!!!~
ปารีสมันเป็นเมืองโรแมนติคจริงๆด้วย ฉากสุดท้าของบลอคพี่นี่ แค่คิดตามก็แก้มร้อนไปหมดแล้ว อ่อยย

ก๊าก ล้อเล่นนะฮ๊า ชอบทั้งหมดเลยนั่น
สวยเนาะ อยากไปบ้างจริงๆ ชอบรูปตามฝาผนังกับเพดานจัง สีโทนนี้นุ่มนวลจับจิต >///<~~

สวนเค้าเจ๋งอ่ะ น่าไปวิ่งเล่น
ดอกไม้ก็งาม อยากไปเที่ยวบ้างจริงจัง

แต่เค้าก็เกลียดการไปเที่ยวเป็นฝูงนะ แค่ในกรุงเทพกับกลุ่มเื่พื่อนที่ไม่สนิทมากยังเดือดปุดๆ - -

#6 By `Rii,, ♥ All18` on 2009-07-25 14:26