ชีวิตในยุโรป:ว่าด้วยหนุ่ม(?)อิตาลี(รึเปล่า?)
posted on 11 Jun 2009 04:53 by amamiตั้งแต่ก่อนมาทุกคนก็บอกว่าอิจฉาที่ได้ไปอยู่อิตาลี ประเทศที่ได้ชื่อว่าผู้ชายหล่อที่สุดในยุโรป เราเองก็กิ๊วก๊าวๆๆ อยากเห็นหนุ่มหล่ออิตาเลี่ยน
แต่!!!
เมืองที่เราอยู่มีแต่คนแก่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คนแก่เต็มเมืองเลย กี๊ดดด เหวยยย ผิดจุดประสงค์กรูมากมายยยย เพิ่งได้ไปเห็นหนุ่มหล่อจริงจังก็ที่เวณิช เจ๊ๆชี้ให้ดู แม่งงงงงงง โครตหล่อจริงด้วยยยยยย กี๊ดดดดด อาหารตาชั้นดี >[]<
(อีตอง แกรไม่ต้องบอกว่ากรูมาอยู่ถูกเมืองแล้วหรอกนะ ชิ~)
ขอเผาผู้ชายประเทศนี้หน่อย ความประทับใจติดลบมากๆๆๆ ตั้งแต่เครื่องลงแล้วเหยียบแผ่นดินมัน เราก็แบนผู้ชายอิตาลีเลย มีอย่างเร๊อะ? ให้กระเหรี่ยงยกกระเป๋าขึ้นเครื่องเอ็กเรย์โดยที่มีเจ้าหน้าที่เพศผู้ยืนมองเฉยๆถึง 5-6 คน!!! น้ำใจมีมั๊ยค้า???
นอกจากนี้ที่เลวร้ายคือบนรถเมล์ รถไฟ อะไรก็ช่าง ไม่มีการลุกให้ผู้หญิง เด็ก คนชรานั่งเด็ดขาดดดด ถ้าชายอิตาลีคนใดลุกให้นั่งนี่จับมาทำพ่อของลูกได้เลย มันประเสริฐมากกกกก เพราะว่าโดยสายเลือดแม่งนิสัยแย่ ไม่มีความเจ้นท์เลยยยยยย
เราเคยลุกให้สาวอ้วนนั่งตรงเก้าอี้ตัวใหญ่ พอเราลุกเท่านั้นแหล่ะ เพศผุ้ตัวนึงมันเข้าเสียบพอดีท่ามกลางความอึ้งของกรูและสาวคนนั้น O[]o มีงี้ด้วย?????? เรานี่แบนนนนนน นิสัยแย่จริงจัง
นอกจากนี้เวลาผู้ชายอิตาลีคุยกันธรรมดา เหมือนมันกำลังจะฆ่ากันในหนึ่งวินาทีข้างหน้า โอยยย น่ากลัวววว อาจเพราะว่าภาษาเค้าดูกระโชกโฮกฮากก็ได้เวลาฟังแล้วไม่ลื่นหูเล้ยยยย (สเปนอีกภาษาที่ให้เสียงดุดัน) เรานั่งทำงานไปฟังเพื่อนเรามันคุยกันก็ผวาทุกครั้ง ฮื้อออ ไปฆ่ากันไกลๆ
ทีนี้....อย่างที่รู้ๆ เราค่อนข้างดึงดูดของแปลกและของดำ T^T หนุ่มๆดีๆไม่เคยเฉียดเข้ามาในชีวิต ได้มาแต่อะไรก็ไม่รู้ แล้วเราก็เจออีกแล้ว.....
รอบนี้เรียกว่าหนุ่มไม่ได้เพราะว่าคุณปู่ค่อนข้างแก่เลย วันนี้เราก็เดินกินไอติมกลับบ้าน(ประมาณ 3-4 ทุ่ม) แล้วอยู่ดีๆ คุณปู่คนนึงก็ขี่จักรยานผ่านมา เค้าก็หันมามองแล้วทักทายเราก็ตอบกลับไป (เรากินไปตอบไป) แล้วคุณปู่แกเลยจอดรถแล้วหยุดคุยกับเราเลย >[]< ใจดีมากๆ เค้าก็ถามว่าชอบไอติมเหรอ? อยู่แถวนี้เหรอ? บลาๆๆ ไม่น่าเชื่อว่าเค้าพูดอังกฤษได้เก่งมาก (ปกติคนอิตาลีมันพูดอังกฤษไม่ได้นะค้า) เราเลยดีใจที่มีคนคุยอังกฤษด้วยแล้ว
คุณปู่ก็จูงจักรยานคุยกัยเราตลอดทางจนเราถึงบ้าน เค้าน่าสงสารมากๆ เราก็ถามว่าอยู่กับภรรยากับลูกๆเหรอ? เค้าตอบว่าเปล่า เค้าอยู่คนเดียวบนโลกนี้~ (I'm alone in this world.)
เราฟังแล้วอยากร้องไห้เลย ทั้งน้ำเสียงทั้งแววตาแบบว่าเค้าคงอยู่คนเดียวนานมาก
เค้าก็ถามว่าขอเจออีกได้มั๊ย? ขอเบอร์ได้มั๊ย? โทรมาได้ตอนไหนบ้าง? เราก็แบบถ้าเป็นเพื่อนคงได้แหล่ะ เลยให้เบอร์ไป
คุณปู่แกน่าสงสารมากๆๆๆๆๆ คือแบบเราสัมผัสความเหงาของเค้าได้เลย เค้าคงอยากได้เพื่อนไว้คุย (เค้าเคยมาไทยด้วย >[]< ที่บ้านมีที่วีจากไทยกับพม่าอย่างละเครื่องอีกต่างหาก ฮ่าๆๆๆ)
พอกลับมาเราพิมพ์ msg ไปขอบคุณที่คุยกับเรา บลาๆๆ คุณปู่ก็ตอบกลับมาพร้อมกับ little kiss
กรูอยากตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เว๊ยเฮ๊ยยยย ปู่อย่ามาล้ำเส้นนะ กรูกลัวจริงจังงงงงง ถ้าคิดเป็นลูกเป็นหลานเราไม่ว่าเลยนะ สามารถไปเจอคุณปู่ทุกวันยังได้เพราะยังไงเราก้เข้าร้านไอติมทุกวันอยู่แล้ว แต่ถ้ามาแบบอื่นกรูเลิกคบเลยจริงด้วย กลัว ฮื้อออ (ก็เข้าใจกว่ากรูแก่ แต่ไม่น่าจะขนาดเจอคุณปู่จีบหรอกนะ)
พรุ่งนี้คงต้องคุยให้รู้เรื่อง ถ้าคิดมากไปเราคงให้ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเพื่อนแก้เหงาเจอกันบ้างคุยกันบ้างเราทำให้ได้อยู่แล้ว >[]< คุณปู่น่ารักและใจดีมากๆๆ น่าสงสารแกด้วยแหล่ะต้องอยุ่คนเดียวตลอดเวลาแบบนั้น เป็นเราคงทำใจไม่ได้เหมือนกัน โชคดีที่เรายังมีเพื่อนๆ (พวแกรแหล่ะ) แม้ว่าตัวไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เราก็คุยๆกันผ่านบลอคผ่าน msn เกือบทุกวันแหล่ะเนาะ
จุ๊บๆทุกคนจ้า ถ้าคุณปู่เป็นคนดีเราจะชวนเค้ามาไทยอีกหลายๆรอบเลยยยยย
(ไปอังกฤษได้พี่ชาย มาอิตาลีได้คุณปู่ ถ้าไปประเทศอื่นคงได้ญาติจนครบทุกลำดับแน่ๆ T[]T แล้วผู้ชายที่จะมาเป็นพ่อของลูกอิฉันอยู่ไหนค้า??? เกิดรึยังคุณณณณณณ)
)
เป็นประเทศที่อยากไป
แต่ว่า
ฝรั่งนี่ เขา ตัวใครตัวมัน ขั้นนี้เลยเหรอ
โอ้เวนิชชช
อยากไปเป็นที่สุดดด
#1 By iimeenz on 2009-06-11 05:41